การรับประกัน
นาฬิกา MIDO® ของคุณได้รับการรับประกันโดย MIDO S.A. เป็นระยะเวลา 24 เดือนนับจากวันที่ซื้อ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของการรับประกันนี้ การรับประกันระหว่างประเทศของ MIDO® ครอบคลุมถึงข้อบกพร่องด้านวัสดุและการผลิตที่มีอยู่ ณ เวลาที่ส่งมอบนาฬิกา MIDO® ที่ซื้อ (“ข้อบกพร่อง”) การรับประกันจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อตัวแทนจำหน่าย MIDO® อย่างเป็นทางการได้เปิดใช้งานการรับประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือหากไม่สามารถทำได้ ใบรับประกันจะต้องมีวันที่ กรอกข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง และประทับตราโดยตัวแทนจำหน่าย MIDO® อย่างเป็นทางการ (“การรับประกันที่ถูกต้อง”) ระยะเวลาการรับประกันสำหรับโครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC ได้ขยายออกไปอีก 3 ปี (รวมเป็น 60 เดือน)
ในระหว่างระยะเวลาการรับประกัน เมื่อแสดงใบรับประกันที่ถูกต้อง คุณจะมีสิทธิ์ได้รับการซ่อมแซมข้อบกพร่องใด ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่การซ่อมแซมไม่สามารถคืนสภาพการใช้งานตามปกติของนาฬิกา MIDO® ของคุณได้ MIDO S.A. รับประกันว่าจะเปลี่ยนนาฬิกาเรือนนั้นให้เป็นนาฬิกา MIDO® ที่มีคุณสมบัติเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน การรับประกันสำหรับนาฬิกาเรือนใหม่จะสิ้นสุดลงยี่สิบสี่ (24) เดือนนับจากวันที่ซื้อนาฬิกาเรือนที่ถูกเปลี่ยน
การรับประกันจากบริษัทผู้ผลิตนี้ไม่ครอบคลุมถึง :
– อายุการใช้งานของแบตเตอรี่;
– การสึกหรอ การฉีกขาด และการเสื่อมสภาพตามปกติ (เช่น คริสตัลที่มีการ
ขูดข่วน; การเปลี่ยนแปลงของสีและ/หรือวัสดุของสายสร้อยและสายนาฬิกาที่ไม่ใช่โลหะ เช่น หนัง สิ่งทอ ยาง; การลอกของวัสดุที่เคลือบ);
– ความเสียหายใดๆ ที่ส่วนใดก็ตามของนาฬิกาอันเนื่องมาจากการใช้งานที่ผิดปกติ / การใช้งานในทางที่ไม่เหมาะสม การขาดความระมัดระวัง การประมาท อุบัติเหตุ (การชนกระแทก รอยบุบ รอยแตก คริสตัลแตก ฯลฯ) การใช้งานนาฬิกาอย่างไม่ถูกต้อง และการไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้งานที่ MIDO S.A. ให้ไว้;
– iความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายสืบเนื่องซึ่งเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น การใช้งาน การไม่ทำงาน การชำรุด หรือความไม่เที่ยงตรงของนาฬิกา MIDO® ;
– นาฬิกา MIDO® ที่ได้รับการดูแลโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต (เช่น เพื่อทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ การให้บริการหรือการซ่อม) หรือสภาพเดิมของนาฬิกาถูกปรับเปลี่ยนจนเกินขอบเขตการควบคุมของ MIDO S.A.
การเรียกร้องใดๆ ต่อ MIDO S.A. เช่น ความเสียหายเพิ่มเติมนอกเหนือจากการรับประกันที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้จะถูกแยกออกอย่างชัดเจน ยกเว้นสิทธิในทางกฎหมายที่ผู้ซื้อมีต่อบริษัทผู้ผลิต
การรับประกันของบริษัทผู้ผลิตตามที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ :
– จะแยกต่างหากจากการรับประกันอื่นใดที่ผู้ขายอาจนำเสนอให้ โดยการรับประกันดังกล่าวจะเป็นความรับผิดชอบของผู้ขายแต่เพียงผู้เดียว;
– จะไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ซื้อที่มีต่อผู้ขาย และสิทธิอื่นใดในทางกฎหมายที่ผู้ซื้ออาจมีต่อผู้ขาย
การบริการลูกค้าของ MIDO S.A. ทำให้มั่นใจได้ว่านาฬิกา MIDO® ของคุณจะได้รับการซ่อมบำรุงที่สมบูรณ์แบบ ในกรณีที่นาฬิกาของคุณจำเป็นต้องได้รับการดูแล โปรดไว้วางใจตัวแทนจำหน่าย MIDO® อย่างเป็นทางการ หรือศูนย์บริการ MIDO® ที่ได้รับอนุญาต : ร้านค้าหรือศูนย์บริการดังกล่าวสามารถให้บริการที่ตรงตามมาตรฐานของ MIDO S.A.
การเก็บและการดูแลรักษานาฬิกาควอตซ์ที่หมดอายุการใช้งาน*
สัญลักษณ์นี้แสดงให้ทราบว่าไม่ควรกำจัดทิ้งผลิตภัณฑ์นี้ร่วมกับขยะจากครัวเรือน แต่ต้องส่งผลิตภัณฑ์นี้กลับคืนให้กับหน่วยงานจัดเก็บในท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต การปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินการนี้จะช่วยปกป้องสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของบุคคล การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่จะช่วยอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
* มีผลบังคับใช้ในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและในประเทศที่มีกฎหมายดังกล่าว
การเปลี่ยนแบตเตอรี่
เราขอแนะนำให้คุณติดต่อศูนย์บริการ MIDO® ที่ได้รับการรับรอง หรือผู้จำหน่าย MIDO® ที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากร้านค้าหรือศูนย์บริการดังกล่าวจะมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงานและการตรวจเช็คที่จำเป็นด้วยมาตรฐานแบบมืออาชีพ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดแล้วทันที เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่สารในแบตเตอรี่จะเกิดการรั่วไหล ซึ่งจะทำให้กลไกนาฬิกาได้รับความเสียหาย
คำเตือนและมาตรการในการป้องกัน
อุณหภูมิ
สนามแม่เหล็ก
การกระทบกระแทก
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตราย
หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับตัวทำละลาย สารชำระล้าง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ฯลฯ เนื่องจากสารดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อสาย ตัวเรือน หรือปะเก็นของนาฬิกาได้
การดูแลรักษาและการตรวจเช็ค
การกันน้ำ
เม็ดมะยมแบบขันเกลียว : เพื่อรับประกันการกันน้ำที่ดียิ่งขึ้น นาฬิกาบางรุ่นจะติดตั้งเม็ดมะยมแบบขันเกลียว ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสามารถในการกันน้ำที่ระดับ 10 บาร์ (100 เมตร / 330 ฟุต), 20 บาร์ (200 เมตร / 660 ฟุต),
การแต่งผิวของ MIDO®
การเคลือบผิวแบบกัลวานิก
วิธีการเคลือบเหล่านี้จะทำโดยใช้กระแสไฟฟ้า ด้วยการปรับเปลี่ยนระยะเวลาและความหนาแน่นของกระแสให้แตกต่างกัน จึงทำให้สามารถปรับเปลี่ยนความหนาที่ระดับต่างๆ และวัสดุเคลือบชั้นผิวที่แตกต่างกันได้ (เช่น ทอง เงิน ทองแดง เป็นต้น...)
การเคลือบ PVD (การตกเคลือบด้วยไอเชิงกายภาพ)
กระบวนการนี้จะทำภายใต้สุญญากาศ อนุภาคขนาดเล็กจะตกตะกอนลงบนผลิตภัณฑ์โดยการระเบิดของไอออน การเคลือบวิธีนี้สามารถสร้างชั้นผิวของส่วนประกอบที่ไร้สิ่งปนเปื้อนได้บางมาก (1 ถึง 3 µm) ซึ่งจะมีระดับความแข็งที่สูงมาก (ไนไตรด์ คาร์ไบด์ เป็นต้น...)
ข้อดีของ PVD คือ ทำให้ได้ชั้นผิวที่บางแต่แข็ง มีความทนทานต่อการกัดกร่อน ติดแน่นทนทาน มีหลายสีให้เลือก และช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการแพ้วัสดุที่ใช้ทำนาฬิกา
ไทเทเนียม
ไทเทเนียมเป็นโลหะที่ถูกค้นพบในเปลือกโลก ไทเทเนียมที่ถูกทำให้แข็งจะมีความแข็งมากกว่าเหล็ก 30% มีน้ำหนักเบากว่าเหล็กประมาณ 50% มีโอกาสน้อยที่จะเกิดอาการแพ้เนื่องจากไม่มีนิเกิลเป็นส่วนผลม และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% เมื่ออยู่ในสภาพบรรยากาศภายนอก ไทเทเนียมจะสร้างชั้นฟิล์มออกไซด์ขึ้น ซึ่งทำให้ไทเทเนียมสามารถต้านทานการกัดกร่อนของน้ำเค็มได้
ไทเทเนียมขัด
นาฬิการุ่นที่มีตัวเรือนและสายทำจากไทเทเนียมขัด จะผลิตจากไทเทเนียมซึ่งถูกขัดและทำการเคลือบป้องกันผิวด้วย PVD สีเทา ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกันน้ำให้กับพื้นผิว
DLC
DLC (Diamond Like Carbon) เป็นการเคลือบผิวรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมใช้กันทั่วไปในการผลิตนาฬิกา โดยเป็นเทคโนโลยีการสะสมพลาสม่าแบบสุญญากาศซึ่งใช้ก๊าซเฉื่อยเพื่อให้เกิดการสะสมของชั้นอนุภาคกราไฟท์คาร์บอนและเพชรที่มีความบางอย่างมากที่ระดับหนึ่งนาโนเมตรโดยประมาณ ทั้งนี้ DLC มีคุณสมบัติทางกายภาพที่ดีเยี่ยมและพร้อมยืนหยัดท้าทายเหนือ
กาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อการสึกหรอในระดับที่สูงมากอันเป็นผลมาจากส่วนผสมระหว่างคุณสมบัติด้านความแข็งและความยืดหยุ่นที่ลงตัว ทั้งยัง
คงทนต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหนือชั้น และที่สำคัญ DLC ยังช่วยรังสรรค์ให้เนื้อผิวนาฬิกามีความดำสนิทหรือเป็นสีดำวาวแบบแอนทราไซต์ อันแสดงให้เห็นถึงสุนทรียะอย่างแท้จริง
เซรามิก
เซรามิกเป็นวัสดุแร่ที่ไม่ใช่โลหะซึ่งผ่านกระบวนการปรับสภาพในรูปแบบเฉพาะภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง วัสดุชนิดนี้มีคุณสมบัติคงทน ที่พร้อมยืนหยัดเหนือกาลเวลาเช่นกัน โดยสามารถทนทานต่ออุณหภูมิสูง แรงเสียดทาน และการเสียดสีได้เป็นอย่างดี โดยเซรามิกที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีขั้นสูงได้ผสานรวมความสง่างามเข้ากับความประณีตบรรจงเอาไว้ได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังแฝงด้วยความแข็งแกร่งอย่างยากจะหาสิ่งใดเทียบเคียง
คริสตัลแซฟไฟร์
แซฟไฟร์ผลิตขึ้นจากอะลูมิเนียมออกไซด์ (Al2O3) แซฟไฟร์จะโปร่งใสและไม่มีสี การทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือตัดแซฟไฟร์ต้องทำโดยใช้เพชรเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติความแข็งเป็นพิเศษนี้ จึงทำให้แซฟไฟร์มีความต้านทานสูงต่อการเสื่อมสภาพหรือการผิดรูป รอยขีดข่วน รวมทั้งทนทานต่อการสึกหรอและสารเคมีอย่างแท้จริง แซฟไฟร์มีความมันวาวสูงและโปร่งใสอย่างไร้ที่ติ
การเคลือบกันแสงสะท้อน
นาฬิกา MIDO® บางรุ่นจะใช้กระจกแซฟไฟร์ที่มีการเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน วิธีการเคลือบผิวด้านในและด้านนอกนี้จะช่วยกำจัดการสะท้อนของแสงที่กระจก ทำให้สามารถดูเวลาได้ดีที่สุด และเน้นความงามอันหรูหราของนาฬิกา
สเตนเลสสตีล 316L
ในการผลิตส่วนประกอบที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมดของนาฬิกาเหล็กนั้น MIDO® เลือกใช้สเตนเลสสตีลคุณภาพสูงพิเศษจากตระกูล 316L ข้อดีของเหล็กชนิดนี้คือจะทนทานต่อการกัดกร่อนสูง และมีความคงทนสูง ตัวอย่างเช่น เหล็กชนิดที่ใช้ในวงการแพทย์เพื่อผลิตเป็นวัสดุสำหรับฝังในร่างกายนั้นจะมาจากตระกูล 316L เช่นกัน
MIDO S.A., CH-2400 Le Locle, Switzerland
MIDO® คือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน